บทที่ 7 มื้อเช้าหวานหมู และคู่สร้างคู่สม(มติ)
เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ไม่ได้ทำให้ ต้นหอม รู้สึกสดชื่นเหมือนนางเอกในนิยายรักโรแมนติกแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกอยากจะมุดหัวลงไปใต้หมอนแล้วนอนต่ออีกสักสิบชั่วโมง
แต่ความเป็นจริงช่างโหดร้าย เมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังรัวราวกับจะพังเข้ามา
"คุณต้นหอมคะ! ตื่นหรือยังคะ! สายโด่งแล้วค่ะ!"
เสียงแข็งๆ ของ ป้าแวว หัวหน้าแม่บ้านจอมเฮี้ยบดังทะลุประตูเข้ามา ต้นหอมสะดุ้งโหยง รีบดีดตัวลุกจากที่นอนด้วยสภาพหัวฟูตาปรือ เหลือบมองนาฬิกา
06.30 น.
"สายบ้านป้าสิ... ไก่ยังไม่ทันโห่เลย" เธอบ่นงึมงำ แต่ก็จำใจต้องตะโกนตอบกลับไป "ตื่นแล้วค่า! กำลังจะลงไปค่า!"
หญิงสาวรีบวิ่งผ่านน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว วันนี้เธอเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแล็คสีดำที่ดูสุภาพกว่าชุดบอลเมื่อคืนล้านเท่า เพื่อลดแรงปะทะกับป้าแวว ก่อนจะรีบวิ่งลงบันไดไปยังห้องครัว
ในครัวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องครัวทันสมัย ป้าแววกำลังยืนบัญชาการเด็กรับใช้จัดเตรียมอาหารเช้าอย่างขะมักเขม้น กลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับและกาแฟสดลอยฟุ้งไปทั่ว
"มาช้า" ป้าแววตำหนิทันทีที่เห็นหน้า โดยไม่ต้องดูนาฬิกา "คุณท่านจะลงมาทานข้าวตอนเจ็ดโมงตรง หน้าที่ของคุณคือช่วยดูแลความเรียบร้อยบนโต๊ะอาหาร ไม่ใช่นอนกินบ้านกินเมือง"
"ขอโทษค่ะป้า... เอ้ย คุณป้าแวว พอดีเมื่อคืนเลิกงานดึกไปหน่อย" ต้นหอมแก้ตัว ยิ้มแห้งๆ
"ไม่ต้องมาแก้ตัวค่ะ ยกถาดกาแฟไปที่โต๊ะอาหารได้แล้ว ระวังอย่าให้หกนะคะ ชุดกาแฟนี้ชุดละเป็นหมื่น"
ต้นหอมกลอกตาในใจ 'จานบ้าอะไรใบละหมื่น กินแล้วเหาะได้หรือไง' แต่ก็น้อมรับคำสั่ง ยกถาดกาแฟเดินดุ่มๆ ออกไปที่ห้องอาหาร
ห้องอาหารของเรือนริมน้ำเป็นห้องกระจกโปร่งโล่ง มองเห็นสวนสวยและวิวแม่น้ำยามเช้า บรรยากาศดีจนน่าอิจฉา บนโต๊ะอาหารตัวยาวมีอาหารเช้าสไตล์ยุโรปและข้าวต้มไทยจัดวางไว้อย่างสวยงาม
และที่หัวโต๊ะ... คุณธีร์ นั่งรออยู่แล้ว
วันนี้เขาอยู่ในชุดทำงานเต็มยศ กางเกงสแล็คเข้ารูปสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่รีดเรียบกริบ ผูกเนกไทสีน้ำเงินเข้ม ผมเซตทรงเปิดหน้าผากดูภูมิฐานสมตำแหน่งรัฐมนตรี แตกต่างจากตาลุงหื่นกามในเมื่อคืนราวกับคนละคน
เขากำลังนั่งอ่านข่าวในไอแพดพลางจิบน้ำเปล่า เมื่อเห็นต้นหอมเดินเข้ามา รอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น
"อรุณสวัสดิ์... ยัยลูกหมู"
ต้นหอมหน้ามุ่ยทันทีที่ได้ยินฉายา "อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรัฐมนตรี... แล้วก็เลิกเรียกหนูว่าลูกหมูสักที หนูชื่อต้นหอม"
เธอกระแทกถ้วยกาแฟลงตรงหน้าเขาแต่เบามือที่สุดเพราะกลัวทำของแพงแตก
"กาแฟดำค่ะ"
"ขอบใจ..." ธีรดนย์มองหน้าเธอด้วยแววตาวิบวับ "เมื่อคืนหลับสบายไหม? ฝันถึง... เรื่องที่เรียน ไปเมื่อคืนบ้างหรือเปล่า?"
ต้นหอมหน้าแดงแปร๊ด ภาพเหตุการณ์วาบหวิวบนเก้าอี้ทำงานเมื่อคืนย้อนกลับมาในหัวฉากต่อฉาก "มะ... ไม่ฝันค่ะ! หลับสนิท! แล้วคุณธีร์จะรับอะไรเพิ่มไหมคะ ถ้าไม่รับหนูจะไปช่วยงานในครัว"
เธอทำท่าจะชิ่งหนี แต่ธีรดนย์ไวกว่า เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้หมับ
"จะรีบไปไหน... นั่งลง"
"คะ?"
"นั่งลง กินข้าวเป็นเพื่อนฉันหน่อย" เขาสั่งแกมบังคับ ดึงมือเธอเบาๆ ให้มานั่งที่เก้าอี้ตัวข้างๆ (ซึ่งอยู่ใกล้เขามาก)
"ไม่ได้ค่ะ!" ต้นหอมขืนตัวไว้ เหลือบไปเห็นป้าแววที่ยืนกอดอกจ้องเขม็งอยู่ที่มุมห้องด้วยสายตาพิฆาต "ป้าแววบอกว่าหน้าที่หนูคือเสิร์ฟ ไม่ใช่มานั่งกินเสมอเจ้านาย"
"นี่บ้านฉัน กฎของฉันคือกฎ" ธีรดนย์กดเสียงต่ำ หันไปมองป้าแววแวบหนึ่งด้วยสายตาทรงอำนาจจนแม่บ้านใหญ่ต้องก้มหน้าหลบตา "นั่งลงเดี๋ยวนี้ต้นหอม ฉันไม่ชอบกินข้าวคนเดียว มันเหงา"
และเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือ... ท้องของต้นหอมดันส่งเสียงร้อง โครกคราก ออกมาประจานความหิวพอดี
"อุ๊ย..." ต้นหอมตะครุบท้องตัวเอง หน้าแดงหนักกว่าเดิม
ธีรดนย์หลุดขำพรืด "เสียงท้องร้องดังกว่าเสียงเธอเถียงฉันอีก... นั่งกินซะ อาหารเยอะแยะ ฉันกินไม่หมดหรอก เสียดายของ"
"ก็ได้ค่ะ... งั้นหนูไม่เกรงใจนะ"
เมื่อความหิวครอบงำ ความเกรงใจก็หายไป ต้นหอมทรุดตัวลงนั่งทันที ตักข้าวต้มกุ้งชามโตมาวางตรงหน้า แล้วลงมือจัดการอย่างเอร็ดอร่อย ไม่สนใจสายตาเชือดเฉือนของป้าแววอีกต่อไป ก็เจ้าของบ้านเขาชวนเองนี่นา!
ธีรดนย์นั่งจิบกาแฟมองภาพหญิงสาวเคี้ยวแก้มตุ่ยอย่างเพลิดเพลิน การมีเธอมานั่งร่วมโต๊ะทำให้มื้อเช้าที่เคยเงียบเหงาและเป็นทางการของเขาดูมีสีสันขึ้นมาถนัดตา
"กินเลอะปากหมดแล้ว..."
เขาหยิบทิชชู่มาเช็ดที่มุมปากให้เธออย่างเบามือ การกระทำที่อ่อนโยนและเป็นธรรมชาติทำเอาต้นหอมชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
"ขะ... ขอบคุณค่ะ" เธอพึมพำ ก้มหน้าก้มตากินต่อเพื่อซ่อนความเขิน
หลังจากมื้อเช้าผ่านไป ธีรดนย์ก็เตรียมตัวออกไปทำงาน คนขับรถนำรถเบนซ์ประจำตำแหน่งมาจอดเทียบท่ารอที่หน้าเรือน
"วันนี้ฉันต้องเข้ากระทรวง แล้วบ่ายต้องไปตรวจงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ คงยุ่งทั้งวัน"
เขาหันมาสั่งงานต้นหอมที่เดินมาส่งหน้าประตู
"ส่วนเธอ...นี่กุญแจห้องทำงาน" เขาหย่อนคีย์การ์ดและกุญแจดอกเล็กใส่มือเธอ "เข้าไปจัดการเอกสารที่ค้างไว้เมื่อคืนให้เสร็จ ห้ามแอบหลับ ห้ามแอบอู้ ถ้าฉันกลับมาเช็กแล้วงานไม่เดิน โดนทำโทษแน่"
"รู้แล้วน่า สั่งจัง" ต้นหอมบ่นอุบ กำกุญแจไว้แน่น "แล้วจะกลับกี่โมงคะ?"
"ทำไม? จะรอฉันเหรอ?" เขาเลิกคิ้ว ยิ้มกรุ้มกริ่ม
"ใครจะไปรอ! ถามตามมารยาทเฉยๆ ย่ะ!"
"หึๆ..." ธีรดนย์หัวเราะในลำคอ ขยับตัวเข้ามาใกล้เธอจนชิด แล้วอาศัยจังหวะทีเผลอ ก้มลงกดจมูกโด่งฝังลงบนแก้มป่องๆ ของเธอฟอดใหญ่!
"ฟอดดด!"
"ว้าย! ตาแก่! ทำอะไรเนี่ย!" ต้นหอมสะดุ้งสุดตัว ยกมือลูบแก้มตัวเองป้อยๆ หน้าแดงเถือก
"มัดจำไว้ก่อน..." ธีรดนย์กระซิบข้างหู สายตาพราวระยับ "วันนี้ฉันอาจจะกลับดึก ไม่ต้องรอนะจ๊ะ... ยัยลูกหมู"
พูดจบเขาก็ผละออก เดินล้วงกระเป๋าขึ้นรถไปอย่างเท่ๆ ทิ้งให้ต้นหอมยืนเต้นเร่าๆ อยู่หน้าบ้าน
"ไอ้คนฉวยโอกาส! ไอ้ลุงบ้ากาม! ใครเขาจะไปรอคุณฮะ! ไปไหนก็ไปเลย ชิ่วๆ!"
เธอตะโกนไล่หลังรถเบนซ์ที่เคลื่อนตัวออกไป คนขับรถและบอดี้การ์ดที่นั่งอยู่ด้านหน้าต่างพากันแอบอมยิ้มผ่านกระจกมองหลัง นานแล้วที่ไม่ได้เห็นเจ้านายมีมุมขี้เล่นและดูมีความสุขแบบนี้
ส่วนต้นหอม... เธอยืนลูบแก้มตัวเองที่ยังร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงจนน่าโมโห
"บ้าชะมัด... หอมแก้มต่อหน้าคนเยอะแยะหน้าตาเฉย ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
ณ กระทรวงคมนาคม
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เคร่งเครียดและจริงจัง ท่านรัฐมนตรีธีรดนย์นั่งหัวโต๊ะ รับฟังรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างต่างๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเด็ดขาด เขาซักไซ้ไล่เลียงปัญหากับข้าราชการระดับสูงอย่างฉะฉาน สมกับที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ
"ผมต้องการให้โครงการนี้เสร็จทันสิ้นปี งบประมาณส่วนไหนติดขัด ให้ทำเรื่องมาที่หน้าห้องผมโดยตรง เลิกโยนเรื่องกันไปมาได้แล้ว"
น้ำเสียงทรงอำนาจทำเอาข้าราชการทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตา
เมื่อจบการประชุม ธีรดนย์เดินกลับมาที่ห้องทำงานส่วนตัว โดยมีเลขาฯ หนุ่มเดินตามมาติดๆ
"บ่ายนี้มีลงพื้นที่ที่บางนาครับท่าน แล้วตอนเย็น..." เลขาฯ เว้นจังหวะนิดหนึ่ง "งานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์การกุศลที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ครับ"
ธีรดนย์ถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงงานเย็นนี้ เขาเกลียดงานสังคมจอมปลอมพวกนี้ที่สุด แต่ในฐานะรัฐมนตรีและนักธุรกิจ เขาเลี่ยงไม่ได้
"โทรไปบอกทาง คุณแพร ด้วยว่าให้เตรียมตัว เจอกันที่หน้างานตอนทุ่มตรง"
"ครับท่าน แล้วเรื่องชุดของท่าน?"
"เตรียมไว้ในรถแล้วใช่ไหม? เดี๋ยวฉันเปลี่ยนหลังดูงานเสร็จเลย"
ธีรดนย์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หมุนปากกาในมือเล่น พลางนึกไปถึงใครบางคนที่ป่านนี้คงกำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่ในห้องทำงานที่บ้านของเขา
‘ป่านนี้ยัยลูกหมูทำอะไรอยู่นะ...จะแอบหลับน้ำลายยืดใส่โต๊ะทำงานฉันหรือเปล่า’
แค่คิดถึงหน้าดื้อๆ ของต้นหอม ความเครียดจากการประชุมก็ดูจะจางหายไป เขาเผลอยิ้มออกมาบางๆ จนเลขาฯ ต้องขยี้ตาดูว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า ที่เห็นท่านรัฐมนตรียิ้มกับปากกา
"ฮัดชิ้ว!"
ต้นหอมจามออกมาเสียงดังลั่นห้องทำงาน เธอถูจมูกตัวเองฟุดฟิด "ใครนินทาวะ... สงสัยเจ้ากรรมนายเวร (ตาลุงนั่น) แน่ๆ"
หญิงสาวนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวหรู ตัวเดิมกับเมื่อคืน เบื้องหน้าคือกองเอกสารที่เธอจัดการแยกหมวดหมู่และตรวจทานคำผิดเสร็จไปเกือบหมดแล้ว งานเอกสารแค่นี้สำหรับคนเคยทำงานหนักอย่างเธอถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก
"เสร็จสักที!"
เธอปิดแฟ้มสุดท้าย แล้วบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ มองดูนาฬิกา... บ่ายสองโมง
"เหลือเวลาอีกตั้งเยอะกว่าจะเย็น... อู้งานดีกว่าเรา"
ต้นหอมแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปดูซีรีส์เกาหลี เสียบหูฟัง แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เอาขาพาดโต๊ะทำงานตัวละหลายแสนของคุณธีร์อย่างไม่เกรงใจ
"อา... สวรรค์ชัดๆ แอร์เย็น เก้าอี้นุ่ม ซีรีส์สนุก เงินเดือนห้าหมื่น... คุ้มค่าที่ยอมเปลืองตัวเมื่อคืนจริงๆ"
ดูซีรีส์ไปได้สักพัก เธอก็กดหยุดชั่วคราวเพื่อวิดีโอคอลหาคนสำคัญ
"ฮัลโหลยาย! ไอ้แสบ!"
หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏภาพหญิงชราหน้าตายิ้มแย้มกับเด็กหนุ่มหัวเกรียนที่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่
"พี่หอม! เป็นไงบ้างพี่ ทำงานที่ใหม่โอเคไหม?" น้องชายถามเสียงใส
"โอเคมากแก... เจ้านายใจดี (มั้ง) งานสบาย เงินดี แกไม่ต้องห่วงนะ ตั้งใจเรียน ดูแลยายให้ดี เรื่องเงินพี่จัดการเอง"
"เอ็งก็ดูแลตัวเองนะนังหนู อย่าโหมงานหนักล่ะ" ยายบอกด้วยความเป็นห่วง
"จ้ายาย... คิดถึงนะ รักยายกับไอ้แสบที่สุดเลย"
ต้นหอมคุยเจื้อยแจ้วกับที่บ้านอยู่นานเกือบชั่วโมง เล่าเรื่องตลกๆ ให้ยายฟังแต่ข้ามเรื่องที่โดนเจ้านายลวนลามไป การได้คุยกับครอบครัวคือกำลังใจเดียวที่ทำให้เธอยอมทนอยู่ในกรงทองแห่งนี้
เมื่อวางสายไป ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม หญิงสาวเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย เอาขาลงจากโต๊ะ เช็ดคราบขนม แล้วเดินออกจากห้องทำงาน ล็อกประตูแน่นหนาตามคำสั่ง
เวลาหนึ่งทุ่มตรง...
ต้นหอมเดินผิวปากลงมาที่ห้องครัว หวังจะหาอะไรใส่ท้อง มื้อเย็นวันนี้ป้าแววจัดเตรียมอาหารไว้ง่ายๆ แต่ดูน่ากิน
"คุณธีร์ยังไม่กลับเหรอคะ?" เธอถามเด็กรับใช้
"ยังค่ะ โทรมาบอกว่ามีงานเลี้ยงต่อ น่าจะกลับดึกเลยค่ะ"
"เยี่ยม!" ต้นหอมเผลอร้องออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะรีบตะครุบปากเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของป้าแวว "เอ่อ... หมายถึง... แย่จังเลย ท่านคงเหนื่อยแย่เนอะ ฮ่าๆๆ"
เธอรีบตักข้าวใส่จาน แล้วนั่งกินอย่างสบายใจเฉิบ ไม่มีสายตาจับผิด ไม่มีคนมาคอยแกล้งแหย่ ไม่ต้องคอยระวังว่าจะโดนลวนลาม...
"นี่แหละความสงบสุขที่แท้ทรู! คืนนี้ครองรีโมททีวีคนเดียวสวยๆ ไปเลยจ้า!"
ณ งานกาล่าดินเนอร์ โรงแรมหรู
แสงไฟจากสปอตไลท์สาดส่องวูบวาบ เสียงชัตเตอร์จากกองทัพนักข่าวรัวกระหน่ำเมื่อรถลีมูซีนคันหรูจอดเทียบพรมแดง
ประตูรถเปิดออก ท่านรัฐมนตรีธีรดนย์ ก้าวลงมาในชุดทักซิโด้สีดำสุดเนี้ยบ เขาดูหล่อเหลาและสง่างามสมวัย ชายหนุ่มหันกลับไปยื่นมือให้สุภาพสตรีที่นั่งมาด้วย
คุณหญิงแพรวพรรณ (คุณแพร) ก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม เธออยู่ในชุดราตรียาวสีทองระยิบระยับ ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เครื่องเพชรชุดใหญ่บนคอระหงส่งประกายวิบวับข่มรัศมีทุกคนในงาน
ทั้งคู่เดินควงแขนกันเข้างานด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี ดูเป็นคู่สร้างคู่สมที่น่าอิจฉาในสายตาคนนอก
"ยิ้มกว้างกว่านี้หน่อยค่ะคุณพี่" คุณแพรกระซิบเสียงเบาโดยที่ปากยังฉีกยิ้มให้กล้อง "เดี๋ยวหุ้นตกนะคะ"
"แค่นี้ก็เมื่อยแก้มจะแย่แล้วคุณ" ธีรดนย์ตอบกลับเสียงเบาเช่นกัน ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มอบอุ่น "รีบๆ เดินเข้างานเถอะ ผมอยากกลับบ้านจะแย่"
"แหม... รีบกลับไปกกอีหนูคนใหม่ที่เรือนริมน้ำเหรอคะ?" คุณแพรเหน็บแนมด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เจ็บจี๊ด "เห็นว่าพาเข้าบ้านแล้วนี่ รสนิยมเปลี่ยนไปชอบเด็กกะโปโลตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?"
ธีรดนย์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย หันมาสบตาภรรยาในนามด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นวูบหนึ่ง
"สายสืบคุณทำงานไวจังนะแพร... แต่อย่าลืมข้อตกลงของเรา เรื่องส่วนตัว... ห้ามก้าวก่าย"
"แพรไม่ก้าวก่ายหรอกค่ะ ตราบใดที่เด็กนั่นไม่ลามปามมาถึงตึกใหญ่" เธอเชิดหน้าขึ้น "แค่เตือนไว้... ว่าช่วงนี้พวกปาร์ตี้ฝ่ายค้านกำลังจ้องเล่นงานคุณอยู่ ระวังเรื่องชู้สาวจะทำให้เก้าอี้กระเด็นนะคะ ท่านรัฐมนตรี"
"ขอบคุณที่เป็นห่วง... แต่ผมจัดการได้"
ธีรดนย์กระชับท่อนแขนที่ภรรยาควงอยู่ แล้วพาเธอเดินฝ่าวงล้อมนักข่าวเข้าไปในงานด้วยท่าทางมั่นคง แต่ภายในใจกลับร้อนรุ่ม
คำพูดของคุณแพรสะกิดใจเขา... ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องที่เธอรู้ความเคลื่อนไหวของเขาเร็วขนาดนี้ แสดงว่าในบ้านเขามี 'หนอน' หรือไม่คุณแพรก็จับตาดูอยู่ตลอด
เขาอดเป็นห่วง 'ยัยลูกหมู' ที่อาจจะนอนตีพุงอยู่ที่บ้านไม่ได้ หวังว่าเธอจะไม่ซนจนวิ่งทะเล่อทะล่าข้ามเขตแดนไปเจอดีเข้าเสียก่อน
"รอฉันก่อนนะต้นหอม...จบงานบ้านี่เมื่อไหร่ ป๋าจะรีบกลับไปปราบพยศหนูต่อให้เข็ดหลาบเลย!"
